ย่อมาจากคำว่า Electronic
Marketing หรือเรียกว่า “การตลาดอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ที่ทันสมัย และสะดวกต่อการใช้งานเข้ามาเป็นสื่อกลางไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือพีดีเอ ที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยใช้อินเทอร์เน็ตมาผสมผสานกับวิธีการทางการตลาด
การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างลงตัวกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์กรอย่างแท้จริง
E-marketing
plan
วัตถุประสงค์ของโครงสร้างการทำ E-marketing Plan
·
การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่า
·
การสร้างรายได้
·
ช่องทางความร่วมมือ
·
การสื่อสารและการสร้างแบรนด์
E-marketing
planning
การวางแผนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดของกลยุทธ์การทำ
e–business
1.
Situation – where are we now?
2.
Objectives – where do we want to be?
3.
Strategy – how do we get there?
4.
Tactics – how exactly do we get there?
5.
Action – what is our plan?
6.
Control – did we get there?
ข้อดีของ
E-marketing
1.
เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่า 800 ล้าน คน, 225 ประเทศ, 104 ภาษา
2. สามารถวัดผลได้แม่นยำกว่าสื่ออื่น
3. ราคาลงโฆษณาถูกกว่าเมื่อเทียบกับสื่ออื่น
4. จำนวนผู้ใช้สื่อนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
5. คุณภาพของผู้ใช้มีมากกว่าสื่ออื่น
เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่าง
2 โมเดล
Click & Click
|
Click and Mortar
|
ข้อดี
|
ข้อดี
|
-ต้นทุนต่ำ ใช้คนน้อย
|
-มีความเชี่ยวชาญ
|
-เริ่มต้นได้ง่าย
|
-มีลูกค้าอยู่แล้ว
|
-เปิดกว้างมากกว่า
|
-น่าเชื่อถือ
|
-ไม่ต้องมีความชำนาญมาก ก็เริ่มทำได้
|
-รองรับลูกค้าได้ online และ offline
|
ข้อเสีย
|
ข้อเสีย
|
-ขาดความชำนาญ
|
-ต้นทุนสูง
|
-สร้างฐานลูกค้าใหม่
|
-ใช้เวลาในการจัดทำ
|
-ความน่าเชื่อถือมีน้อย
|
-การทำงานต้องยึดติดกับบริษัท
|
1.กำหนดเป้าหมาย เป้าหมายในการทำเว็บ คุณทำเว็บไปทำไม?
-
กลุ่มเป้าหมายของคนที่จะเข้าเว็บคุณคือใคร ?เช่น
อายุ, เพศ, การศึกษา,ฐานเงินเดือน, Location,
กลุ่มธุรกิจ , ความชอบ ฯลฯ
-จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค์ (SWOT
Analysis)
-แหล่งรายไดข้องเว็บไซต์
-จุดเด่น หรือจุดแตกต่าง (Differentiate) ของคุณกับเว็บอื่นๆ
-การหาลูกค้า
Who – ลูกค้าคือใคร?
Where – ลูกค้าอยู่ที่ไหน?
What – อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ?
Why – ทำไมเขาถึงต้องมาที่เรา?
When – เมื่อไรที่เขาต้องการเรา?
2.ศึกษาคู่แข่ง
-คู่แข่งคุณคือใคร ?
-ศึกษารูปแบบการทำเว็บ, ธุรกิจของคู่แข่ง
-จุดเด่น จุดอ่อนมีอะไรบ้าง
-ศึกษาเคาเตอร์ (Stat) ของคู่แข่ง
-เข้าร่วมเว็บบอร์ดของคู่แข่ง (ศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ชอบไม่ชอบอะไร)
-บอกรับจดหมายสมาชิกของคู่แข่ง
-ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์(ราคาโฆษณา, สถิติ)
-เข้าชมเว็บคู่แข่งเป็นประจำ
3.สร้างพันธมิตร
-เว็บคู่แข่ง
-บุคคลหรือองค์กรที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเดียวกัน
-เว็บอื่นๆ ที่สามารถร่วมมือกันได้
-กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
-การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
• Online - Offline
• Win – Win – Win Solution รูปแบบของความร่วมมือ
• การแลกเปลยีนสินค้ากับสินค้า
Bartering Model
• การแบ่งรายได้ (Revenue
Sharing)
• ความร่วมมือทางด้านบุคลากร
ทรัพยากรและข้อมูล
• สื่อ
และช่องทางในการประชาสัมพันธ์
• ได้ทุกอย่าง
4.ติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น
-เว็บบอร์ด Guest Book
ตัวเก็บนับจำนวนคนในเว็บไซต์ขณะนั้น
Option
ห้าม Save ภาพในหน้าเว็บนั้น เว็บที่สามารถไปหา
Script ได้
•
www.thscripts.com
•
www.DynamicDrive.com
•
www.hotscripts.com
การศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ผ่าน
www.Truehits.net
เก็บข้อมูลผู้ที่เข้ามาเว็บไซต์เชิงลึก
(วันเวลา, ประเทศ)
5 . ดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์อยู่เสมอ
ศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้, คู่แข่ง, ตลาด, สภาพแวดล้อม, เทคโนโลยี โดยการเปิดรับความคิดเห็นจากผู้ใช้, ปรับปรุงเว็บไซต์อยู่เสมอ,
วางแผน, ปรับปรุง, โฆษณา และ ประเมินผล
1.
ขนาดยิ่งใหญ่ยิ่งมีโอกาสการคลิกเยอะ
2.
เปลี่ยนแบนเนอร์บ่อยๆ(1แคมเปญ ควรมีอย่างน้อยแบนเนอร์ 2 แบบ)
3.
ใช้คำพูดที่จูงใจ เช่น “โอกาสสุดท้าย, กดที่นี่”
4.
ฟรี! ยังเป็นคำที่มีอนุภาคมากที่สุด
5.
การใช้ภาพเคลื่อนไหวจะมีคนคลิกมากกว่าภาพนิ่ง
6.
การใช้เซ็กซ์ช่วย...ยังไงคนก็สนใจ
7.
ใช้สีสันโดดเด่น
8.
การออกแบบที่ดี
9.
ขนาดไฟล์ของแบนเนอร์ไม่ควรใหญ่จนเกินไป
10.ทำลิงค์ไปหน้าที่ต้องการหลังจากกดแบนเนอร์
Search Engine Marketing
•
85%ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลกใช้ Search Engine
•
87%ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต จะหาเว็บไซต์จาก Search Engine
(ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Georgia Tech)
•70% ของการซื้อขายอีคอมเมิร์ซเริ่มต้นจากการใช้ เสิร์ชค้นหา(Source:
Forrester/IAB)
รูปแบบของ Search Engine
1.Natural Search Engine
Optimization (SEO)
เป็นการปรับแต่ง Key Word ให้ตรงกับเว็บไซต์ เมื่อมีการค้นหาผ่าน
Search Engine ชื่อเว็บจะแสดงอยู่ในหน้ารายการของเว็บที่ค้นเจอ
ข้อดี ฟรี Traffic, ผู้ชมจะคลิกในส่วนนีสูงถึง 60-70%
ข้อเสีย ใช้เวลานานในการขึ้นอันดับ
สามารถเลือกจำนวน keyword ได้จำกัดแค่ 2-5 คำต่อเนื้อหาหนึ่งหน้าของเว็บเพจ,
ไม่สามารถรักษาสถานะของอันดับได้แน่นอน
ไม่สามารถวัดค่า ROI ที่แน่นอนใช้เวลานานกว่าจะรู้ผลของแต่ละคำ
สามารถเลือกจำนวน keyword ได้จำกัดแค่ 2-5 คำต่อเนื้อหาหนึ่งหน้าของเว็บเพจ,
ไม่สามารถรักษาสถานะของอันดับได้แน่นอน
ไม่สามารถวัดค่า ROI ที่แน่นอนใช้เวลานานกว่าจะรู้ผลของแต่ละคำ
2.Paid Search Advertising (Pay Per
Click Advertising)
เป็นการโฆษณาแบบ จ่ายเงินเพื่อทําให้เว็บของคุณ แสดงเมื่อมีการค้นหาใน Key
Word ที่คุณกำหนดไว้ http://adwords.google.com
ข้อดี พร้อมใช้ในเวลาไม่ถึง
15 นาที
แม้ว่า Search Engine จะเปลี่ยนแปลงการจัดใหม่อันดับของคุณจะคงที่อยู่เสมอ
สามารถเลือกจำนวน keyword ได้ไม่จำกัด
ควบคุมค่าใช้จ่าย
สามารถวัดค่า ROI ได้แม่นยำและใช้เวลาไม่นาน
ข้อเสีย ต้องเสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกAd
ต้องใช้ทักษะที่ค่อนข้างสูงในการบริหารAd
แม้ว่า Search Engine จะเปลี่ยนแปลงการจัดใหม่อันดับของคุณจะคงที่อยู่เสมอ
สามารถเลือกจำนวน keyword ได้ไม่จำกัด
ควบคุมค่าใช้จ่าย
สามารถวัดค่า ROI ได้แม่นยำและใช้เวลาไม่นาน
ข้อเสีย ต้องเสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกAd
ต้องใช้ทักษะที่ค่อนข้างสูงในการบริหารAd
วิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์-Online
- ส่ง MSN, ICQ หาเพื่อนๆ แล้วให้ส่งต่อ
- โปรโมตธุรกิจบนเว็บบอร์ด หรือ Community ต่างๆ
- ใช้คนจำนวนมากในการเข้าไป "สร้างกระแส" ตามแหล่งต่างๆ ที่มีคนเยอะ
- chat room, forums, discussion groups etc around the world
- ใช้ความเป็นส่วนตัวเข้าไปสร้างกระแสสังคมใน Virtual Community ทำ Signature ใน E-Mali(Cut-Look, Hotmail)
- ใส่ข่าวสารหรือโฆษณาลงไป
- ลงทะเบียนใน Web directory, Search Engine
- เขียนบทความที่อื่นๆ แล้วทำ link กลับมา
- มีบริการทดลองใช้ฟรี
- แจ้งผู้เข้าเยี่ยมชมเมื่อเว็บปรับปรุงใหม่
- ให้ดาวน์โหลดฟรี
- สร้างสีสันในเทศกาลต่างๆ ในเว็บไซต์
- ระบบสมาชอกแนะนำสมาชิก
- แจกรางวัลผู้มาเยี่ยมชม หรือบัตรกำนัลออนไลน์
- จัดประกวดหรือ แข่งขันต่างๆ ภายในเว็บ
- หมั่นคอยส่ง Mailina List หาสมาชิ
รูปแบบรายได้จากการทำเว็บไซต์
1. ขายโฆษณาออนไลน์
2. ขายสินค้า E-Commerce
3. ขายบริการหรือสมาชิก
4. ขายข้อมูล (Content)
5. การจัดกิจกรรม,
งาน
6. การให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ
7. การรับพัฒนาเว็บไซต์
6 Cs กับความสำเร็จของการทำเว็บ
Content(ข้อมูล) ข้อมูลใหม่สดเสมอ,
มีความถูกต้อง, อ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูล
การจัดการและบริหารข้อมูล
1.เว็บไซต์ที่มีข้อมูลไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย(Static Content)
2.เว็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลเสมอ(Dynamic
Content)
รูปแบบของการหาข้อมูล
1.ทางผู้จัดทำเว็บไซต์เป็นคนผลิตข้อมูลขึ้นมา(Self
Feeding)
2.มาจากผู้เข้าใช้บริการ(User
Feeding)
3.จากพันธมิตร(Partner
Content)
Community(ชุมชน,สังคม) Community คือ การรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่อยู่ร่วมกันภายใต้สถานๆ หนึ่ง โดยมีการพูดคุย
หรือกิจจิกรรมร่วมกันภายในสถานที่แห่งนั้น
องค์ประกอบในการสร้าง Community
ในเว็บไซต์
1.เว็บบอร์ด (Web
Board)
2.พิกโพสต์ (Pic Post)
3.ไดอารี หรือ บล็อก (Diary or Blog)
4.ข่าว (News) + Web Board
5.รวมลิงค์เว็บไซต์
6.ห้องแชต (Chat
Room)
Commerce(การค้าขาย) หรือการทำการค้าขายผ่านเว็บไซต์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ได้ เช่นเว็บข้อมูล (Content), เว็บโปรแกรมมิ่ง, เว็บ Community, หรือเว็บโป๊ ก็สามารถ ทำ E-Commerce
การหาสินค้ามาขายผ่านหน้าเว็บ
การซื้อสินค้ามาเก็บไว้
การนำสินค้าจากแคตตาล๊อกมาขาย (จับเสือมือเปล่า)
การนำสินค้าจากพันธมิตรมาขาย www.thaisecondhand.com/promotion
Customization(การปรับให้เหมาะสม) คือ รูปแบบการให้บริการที่สามารถปรับแต่งการใช้งานให้มีความเหมาะสมกับผู้ใช้บริการภายในเว็บไซต์
•การปรับแต่งข้อมูลเพื่อการบริการ
(Service) http://my.MSN.com
•การปรับแต่งสินค้าเพื่อการค้า (Commerce) www.Nike.com
•การเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อการนำเสนอข้อมูล (Information)
www.Amazon.com, www.nike.com
Communication, Channel
(การสื่อสารและช่องทาง)
คือ ช่องทางในการสื่อสาร และติดต่อกับผู้ใช้บริการในเว็บไซต์ของคุณ จริงๆ
แล้วสิ่งที่คุณมีอยู่ในเว็บไซต์คุณคอื ข้อมูล (Content) หรือ
บริการ (Service) ซึ่งเป็นเพียงแค่ “ช่องทาง”
ในการ “เข้าถึง” ข้อมูลหรือ
บริการเหล่านั้น -โทรศัพท์มือถือ - บริการผ่าน WAP - บริการข้อมูลผ่าน
SMS - PDA – ทางโทรศัพท์ปกติ ให้บริการ Content บนมือถือ
Hutch Revenue Sharing Hutch help marketing Technology provider Training
http://www.hutch.co.th/msites
Hutch M-Site Program
Convenience(ความสะดวกสบาย)
การใช้งานง่าย (Usability)
1.
"ดู" ง่าย
•
การวางรูปแบบ (Layout)
•
รูปภาพ และไอค่อน ( Image & Icon)
•
ขนาดตัวอักษร (Font) และการจัดหน้า
•
การออกแบบระบบนำทางที่ดี (Navigation)
•
มี Site map ในเว็บ
2. "เรียนรู้"
ได้ง่าย (easy to learn)
3. "จดจำ" วิธีการใช้งานได้ง่าย
4. "เข้าถึง"
ได้ง่าย
5. ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
(efficient to use)
6. การเจอปัญหาและการแก้ไข
(Help & FAQ)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น